คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2015

ที่ดิน ถมดินแล้ว ราคาถูก หมู่บ้านปัญญา-รามอินทรา P5 พื้นที่ 387 ตารางวา 28,000 บาท

### ขายที่ดินเปล่า ถมดินแล้ว ราคาถูก ###

หมู่บ้านปัญญา-รามอินทรา โครงการ P5

ต้องการเสนอขายที่ดินเปล่า ราคาถูก ยังไม่เคยปลูกสร้างบ้าน ถมดินเรียบร้อย พร้อมที่จะสร้างบ้านได้ทันที ขนาดเนื้อที่ 387 ตารางวา ถนนปัญญา-รามอินทรา แขวงบางชัน เดินทางเข้าออกได้หลายทาง ทั้งทาง รามอินทรา คู้บอน พระยาสุเรนทร์ มีนบุรี สวนสยาม ใกล้เลียบทางด่วนรามอินทรา และ สามารถขึ้นทางด่วนรามอินทราได้ง่าย หรือ วงแหวนบางนา-บางปะอิน ใกล้ห้างขนาดใหญ่ แฟชั่นไอร์แลนด์

    :: รายละเอียด ::

  • พื้นที่ 387 ตารางวา ถมดินเรียบร้อย หน้ากว้างติดถนน 46 เมตร ลึก 34 เมตร
  • อยู่ในโครงการหมู่บ้านปัญญา P5 ใกล้ป้อมยามรักษาความปลอดภัย และ มียามรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา
  • สภาพแวดล้อมดีมาก ถมดินแล้วพร้อมปลูกบ้าน เพื่อนบ้านนิสัยดี
  • การคมนาคมสะดวก เพียง 10 นาที สามารถเดินทางถึง สนามกอล์ฟปัญญา แฟชั่นไอส์แลนด์ ,ปัญญาวิลเลจ,แม็คแวลู, สวนสยาม,โรงพยาบาลสินแพทย์
  • การเดินทาง : วงแหวนตะวันออก สุวรรณภูมิ ,ทางด่วนสายอาจณรงค์-เอกมัย-รามอินทรา ซึ่งตัดจากรามอินทรา สุขุมวิท วงแหวนรอบนอกบางปะอิน-รัชดา รามอินทรา แยกเกษตร นวมินทร์ ลาดพร้าว รามอินทรา
  • ขาย 28,000 / ตารางวา ราคาถูก
  • ที่ตั้ง ถนนปัญญา-รามอินทรา บางชัน คลองสามวา กรุงเทพ

:: สอบถามเพิ่มเติม ::
————————————–
Tel : 02-634-4344, 084-124-6466
Line : 3qproperties
Email : info@3qproperties.com

ถนนทางเข้าแปลงที่ดิน ถมดินแล้ว หน้าหมู่บ้าน ปัญญา รามอินทรา ถนนทางเข้าแปลงที่ดิน ถมดินเรียบร้อย
หน้าแปลงที่ดิน ถมดินแล้ว ที่ดิน ถมดินเรียบร้อย หมู่บัานปัญญา

หมู่บ้าน ปัญญา-รามอินทรา เป็นหมู่บ้านที่มีหลายโครงการ เป็นโครงการขนาดใหญ่ ในย่าน รามอินทรา ส่วนใหญ่เป็นที่ดินแปลงขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งผู้พักอาศัย หรือ เพื่อนบ้านค่อนข้างฐานะดี เป็นส่วนใหญ่ มีบรรยากาศดี สงบ ของบ้านพักอาศัยอย่างเต็มรูปแบบ สามารถออกแบบบ้าน และ สร้างบ้านได้ตามความต้องการของตนเอง รวมถึงสาธารณูปโภคครบครัน รวมถึงถนนทางเข้าขนาดใหญ่ เดินทางไปมาสะดวก พร้อมห้างสรรพสินค้า และ ซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ อยู่ใกล้เคียง ตลาด ชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร ง่ายต่อการหาของกิน ของใช้

เกร็ดความรู้ขั้นตอนถมดิน

ในการเลือกวัสดุที่เหมาะสมในการถมที่ เพื่อการปลูกสร้างบ้าน : ถ้าอยู่พื้นที่ในเมือง ดินถม หรือ ดินที่ได้จากการขุดเพื่อปลูกสร้างอาคารขนาดใหญ่ เช่น การสร้างห้างสรรพสินค้า การสร้างคอนโดสูง และ อื่นๆ จะเกิดการขนดินออกเพื่อทำในส่วนชั้นใต้ดิน หรือ งานฐานรากขนาดใหญ่ใต้ดิน ซึ่งดินชนิดนี้จะราคาถูก เพราะต้องมีการนำออก สำหรับ ท่านเจ้าของที่ดินที่มีที่ดินอยู่ ปริมณฑล หรือ ต่างจังหวัด ดินบ่อจะมีราคาถูกกว่า เนื่องจาก ระยะทางในการขนส่งสั้นกว่า (โดยรวม ปัจจัยของระยะทางในการขนส่ง จะเป็นปัจจัยสำคัญของราคา ถมที่)

จากอดีตสู่ปัจจุบันที่ดินแห้งแล้งกลายเป็นทุ่งกุลาสดใส (ตอน ๔)

ตำนานแรกกล่าวว่าถึงพวกพ่อค้าที่เรียกตัวเองว่า กุหล่า เป็นแขกดำมาจากเมืองมัทราส ประเทศอินเดีย ที่เป็นนักเดินทางค้าขาย(เราเคยเรียกแขกพวกนี้ว่า แขกกลิงค์) มีสีผิวสีดำ ซึ่งทอมาจากเมืองมัทราส พวกแขกกุหล่า หรือ แขกกลิ้งค์เหล่านี้ เดินทางจากภาคใต้ของอินเดีย จากท่าเรือมัทราสเข้าอ่าวเมาะตะมะในเขตพม่า แล้วเดินทางค้าขายในเขตพม่าจนพอใจแล้ว ก็เดินทางเข้ามาทางลาว และข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาทางอีสานเหนือ แผ่ไปจนอีสานใต้ และอีสานกลางทั่วไป

พวกแขกกุหล่าหรือพวกกลิ้งค์ มีโอกาสที่เดินทางผ่านมาถึงที่ดินทุ่งเสียว จากฝั่งร้อยเอ็ดข้ามไปจังหวัดมหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ พวกแขกกุหล่าเหล่านั้นจัดเป็นแขกที่มีน้ำอดน้ำทน และ เชื่อมั่นตัวเองว่า จะสามารถเดินทางข้ามทุ่งเสียวได้ทั้งที่สภาพของทุ่งเสียวในครั้งนั้น (พ.ศ.1500 – 2000) มองไกลสุดลูกหูลูกตาหาที่สิ้นสุดไม่ได้ เขาก็ไม่ตกใจและพร้อมที่จะเดินทางข้ามทุ่งเสียว โดยไม่ยอมฟังคำทัดทานของพวกชาวบ้าน แต่ระยะทางที่เดินข้ามทุ่ง มันเป็นระยะทางที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ การเดินทางจึงดูเหมือนยิ่งเดินยิ่งไกล เดินฝ่าแดดร้อนเพราะไม่มีต้นไม้ซักต้น ใช้ผ่าโพกหัวคลุมกันแดดได้เพียงอย่างเดียว ที่สำคัญน้ำที่ใส่กระบอกติดตัวมานั้นไม่สามารถนำมาได้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้น้ำค่อยๆหมดลง พวกกุหล่าพวกแรกต้องเสียชีวิตกลางที่ดินทุ่งเสียว แต่ก็มีบางชีวิตที่สามารถรอดไปได้ และไปบอกเล่าถึงความหฤโหดของทุ่งเสียวให้ชาวบ้านคนละฝั่งได้ฟังกัน และเมื่อต้องเดินทางกลับพวกเขาจะไม่ยอมเดินย้อนกลับทางเดินเด็ดขาด แต่จะเดินทางลัดไปออกเมืองอุบลราชธานีข้ามแม่น้ำโขงกลับฝั่งลาว

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่าพวกชาวลาวและเขมรพื้นเมืองจะเรียกคนต่างถิ้นว่า กุลา ที่หมายถึงคนที่มาจากต่างเมือง ส่วนใหญ่มาจากลาว พม่า พวกนี้เดินทางมาค้าขายฝั่งไทย โดยเอาเครื่องทองเหลืองต่างๆ มาขาย เครื่องทองเหลืองต่างๆนั้นจะประกอบด้วย ขันข้าว ทัพพี แจกัน กระทะ พระพุทธรูป ฯลฯ พวกกุลาเหล่านี้เดินทางข้ามทุ่งเสียวในลักษณะเดียวกับพวกกุหล่า และประสบเหตุภัยธรรมชาติเช่นเดียวกัน แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต เพราะในตอนหลังๆบทเรียนจากคนรุ่นแรกๆ ก็ช่วยให้มีการเตรียมการมากขึ้น แต่ถึงจะเตรียมการมาเป็นอย่างดีก็ยังทรมาณแสนสาหัส ถึงขั้นต้องหลั่งน้ำตากันเลยทีเดียว นั่นคือตำนานของชื่อทุ่งที่เปลี่ยนจากทุ่งเสียวมาเป็นทุ่งกุลาร้องให้

อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า กุลา นั้น เป็นคำที่ชาวพื้นเมืองรอบทุ่งเสียวใช้เรียก พวกเงี้ยว หรือข่า รวมทั้งพวกขมุว่า กะหล่า หรือกุลา ส่วนพฤติกรรมที่ปรากฏก็มีตำนานกล่าวถึงในลักษณะเดียวกัน

แต่ปัจจุบันทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งชาวอีสานกล่าวขานถึงความอดอยากยากแค้นมาตลอด ไม่ใช่เป็นดินแดนโหดอย่างแต่ก่อนแล้ว เพราะทุ่งกุลาร้องไห้ได้ถูกพัฒนาตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้กลายมาเป็นทุ่งเขียวขจีด้วยสีของใบข้าว หอมมะลิ ที่มีผลผลิตที่คุณภาพเยี่ยมที่สุดของบรรดาข้าวหอมมะลิที่ปลูกในที่อื่นๆ

ดังนั้นจังหวัดร้อยเอ็ดจึงบัญญัติคำขวัญประจำจังหวัดว่า ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส

ปัจจุบันทุ่งกุลาไม่ได้แห้งแล้งหรือโหดร้ายเหมือนในอดีต แต่กลับมาสดใสเรืองรองด้วยสีทองของต้นข้าวหอมมะลิ กลายมาเป็นความสุขของชาวอีสานกลางตลอดกาล

จากที่แห้งแล้งของทุ่งกุลาร้องไห้ปัจจุบันของทุ่งกุลาสดใสผลผลิตจากทุ่งกุลาร้องไห้