คลังเก็บป้ายกำกับ: ศิลปะ

จากอดีตสู่ปัจจุบันที่ดินแห้งแล้งกลายเป็นทุ่งกุลาสดใส (ตอน ๒)

ประวัติศาสตร์ขอมกล่าวถึงพื้นที่ดังกล่าวว่า ล่วงมาถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 16 หลังจากพรพุทธเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (พ.ศ. 1545 – 1550) ทรงเข้ายึดเมืองพระนคร และเสด็จขึ้นครองราชย์ ณ เมืองพระนคร ในปี พ.ศ. 1545 แล้วทรงแผ่อำนาจของอาณาจักรกัมพูชา เข้ามายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของสุวรรณภูมิ (คือที่ตั้งประเทศสยามหรือประเทศไทยในปัจจุบัน) ขณะที่วัฒนธรรมทวารวดีเริ่มสลายลง พื้นที่ดินจังหวัดร้อยเอ็ดเริ่มปรากฏร่องรอยหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม เครื่องมือเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับกิจพิธีทางศาสนาและชีวิตประจำวัน ที่มีรูปแบบศิลปะขอมหรือที่เรียกว่า ศิลปะลพบุรี เป็นจำนวนมาก ตั้งแต่สมัยนี้ต่อเนื่องลงไปจนถึงรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 – 1763) โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนล่างของตัวจังหวัด ตั้งแต่อำเภอธวัชบุรี สุวรรณภูมิ เกษตรวิสัย โพนทราย ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากสภาพพื้นที่ทางตอนล่าง อันเป็นที่ดินราบลุ่มมีอาณาบริเวณกว้างขวางครอบคลุมแม่น้ำสายหลักหลายสาย ทั้งแม่น้ำมูล แม่น้ำชี ลำน้ำสาขาและยังตั้งอยู่กึ่งกลางเส้นทางการติดต่อระหว่างเมืองพระนครกับพื้นที่ราบอีสานตอนบน หรือแอ่งสกลนคร นอกจากนั้นบริเวณดังกล่าวยังเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์แห่งหนึ่งของภูมิภาคมาแล้ว ตั้งแต่สมัยย้อนยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่เริ่มมีสังคมเกษตรกรรม การผลิตเกลือ ในชั้นหลังอาจมีผลที่เกี่ยวเนื่องกับระบบการค้าของชุมชน จึงมีผู้คนอาศัยกันหนาแน่น เป็นผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 16 – 18 ซึ่งยืนยันประวิติศาสตร์พื้นที่แห่งนี้ ครั้งก่อนประวัติศาสตร์นับหมื่นปีว่าเคยเป็นทะเลมาก่อน

ซึ่งยังมีผลต่อการขยายอำนาจของขอม ด้วยเหตุที่หวังจะเข้ามายึดพื้นที่การผลิตเกลือสินเธาว์ ที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต พื้นที่ดินนั้นยังมีร่องรอยให้เห็นอยู่ในเขตอำเภอเสลภูมิ ที่เรียกว่า บึงเกลือ ซึ่งมีที่ตั้งห่างจากตัวอำเภอไปจังหวัดยโสธร ประมาณ 10 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ถึง 7,500 ไร่ ริมบึงมีหาดทรายขาวสะอาด บรรยากาศคล้ายชายทะเล

ในตอนนี้เรากลายถึงไว้เพียงเท่านี้ ในตอนหน้าเราจะกล่าวถึงในเรืองไหนติดตามได้ใน จากอดีตสู่ปัจจุบันที่กลายเป็นทุ่งกุลาสดใส ตอน ๓
ภาพอดีตของทุ่งกุลาร้องไห้

สภาพที่ดินในอดีตของทุ่งกุลาร้องไห้